ไขข้อสงสัย กาแฟดริปกับกาแฟดำต่างกันอย่างไร?
หลายคนอาจเคยสงสัยว่ากาแฟดริปกับกาแฟดำอเมริกาโนนั้นแตกต่างกันอย่างไร เนื่องจากเมื่อวางแก้วของทั้งสองประเภทนี้เคียงกันแล้ว ดูเหมือนจะเป็นกาแฟดำชนิดเดียวกัน แต่ความจริงแล้วกาแฟทั้งคู่นี้นั้นมีความแตกต่างกันหลายประการ วันนี้พันธุ์ไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟจะมาชวนคุณทำความรู้จักกับกาแฟดริปและกาแฟดำว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร
กาแฟดริปคืออะไร?
กาแฟดริป (Drip Coffee) การชงกาแฟแบบดริปเป็นวิธีการชงกาแฟแบบง่ายๆ ที่สามารถสกัดกลิ่นและรสชาติของเมล็ดกาแฟคั่วได้อย่างดีเยี่ยม โดยวิธีการคือเทน้ำร้อนลงบนเมล็ดกาแฟบดให้ไหลผ่านลงสู่ภาชนะรองรับด้านล่าง โดยมีตัวกรองเพื่อแยกกากกาแฟออกจากน้ำกาแฟ ตัวกรองอาจเป็นแบบถุงผ้า ตะแกรงโลหะ หรือกระดาษกรองกาแฟ
กระบวนการชงแบบดริปใช้เวลาประมาณ 3-4 นาทีในการสกัด โดยน้ำกาแฟจะค่อยๆ หยดไหลลงสู่ถ้วยด้านล่างด้วยแรงดึงดูดของโลก การใช้กระดาษกรองจะทำให้ได้กาแฟดริปที่มีรสชาตินุ่มนวล ละเอียดแนบเนียน และไม่มีเศษกากกาแฟปนเปื้อน
วิธีการชงกาแฟแบบดริปนี้เป็นที่นิยมมาช้านานแล้ว โดยเฉพาะในบ้านเรือนของยุโรป สแกนดิเนเวีย เกาหลี และญี่ปุ่น ก่อนที่จะแพร่หลายไปทั่วโลก เนื่องจากเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก และสามารถชงกาแฟเพื่อรับประทานได้ด้วยตนเอง
ดริปกาแฟจึงเป็นหนึ่งในวิธีการชงกาแฟแบบพื้นบ้านที่ช่วยสกัดอรรถรสของกาแฟออกมาได้อย่างดี และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจากผู้รักกาแฟทั่วโลก
กาแฟดำคืออะไร?
กาแฟดำ (Black Coffee) คือเครื่องดื่มที่ได้จากการนำเมล็ดกาแฟคั่วบดมาชงด้วยน้ำร้อนอย่างเดียว โดยยังไม่ผ่านการผสมนม หรือปรุงแต่งรสชาติใดๆ เป็นกาแฟบริสุทธิ์ที่มีรสชาติและคาเฟอีนความเข้มข้นสูงจากการกลั่นสกัด
กาแฟดำสามารถเสิร์ฟได้ทั้งร้อนและเย็น สำหรับแบบเย็นจะเป็นการแช่เย็นหรือใส่น้ำแข็งลงไป แม้ว่าทั่วโลกจะนิยมบริโภคกาแฟดำกันอย่างแพร่หลาย แต่รูปแบบการดื่มกาแฟดำก็แตกต่างกันไปตามวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ
อย่างเช่นในสหรัฐอเมริกา ผู้คนมักดื่มกาแฟดำในมื้อเช้าเพื่อให้ร่างกายตื่นตัวและพร้อมออกไปทำงาน ส่วนในบางประเทศอย่างเช่นไทย กาแฟดำก็เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มยอดนิยมในมื้อเช้า ช่วยกระตุ้นร่างกายให้สดชื่นและพร้อมปฏิบัติภารกิจในแต่ละวัน
โดยสรุปแล้ว กาแฟดำคือกาแฟบริสุทธิ์สกัดจากเมล็ดกาแฟคั่ว มีรสชาติและคาเฟอีนค่อนข้างเข้มข้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสดชื่นจากกาแฟในรูปแบบเรียบง่าย สามารถเสิร์ฟได้ทั้งแบบร้อนและเย็นตามรสนิยมที่แตกต่างกันไปในแต่ละวัฒนธรรม
ประเภทของกาแฟดำที่นิยมมีดังนี้
- เอสเพรสโซ (Espresso) ได้จากการอัดน้ำร้อนผ่านกาแฟบดอัดแน่น
- อเมริกาโน (Americano) เป็นการผสมน้ำร้อนลงในเอสเพรสโซ
- ลองแบล็ค (Long Black) เอสเพรสโซผสมน้ำร้อน แต่เอสเพรสโซจะถูกเทลงในน้ำร้อน
- ลุงโก้ (Lungo) เป็นเอสเพรสโซ่ที่สกัดด้วยปริมาณน้ำมากกว่าปกติ
กาแฟอเมริกาโนคืออะไร?
อเมริกาโน (Americano) เป็นกาแฟดำพิเศษที่มีความเข้มข้นน้อยกว่ากาแฟดริปทั่วไป โดยทำจากการผสมเอสเพรสโซ 1 ช็อตเข้มข้น กับน้ำร้อนในปริมาณที่มากกว่า ส่งผลให้ได้กาแฟดำที่เจือจางลง มีรสชาติดี กลิ่นหอมกรุ่น และมีความหวานเล็กน้อยจากการสกัดกาแฟในรูปแบบเอสเพรสโซ
ด้วยความเข้มข้นที่น้อยกว่า อเมริกาโนจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบกาแฟรสไม่หนักหนาจนเกินไป หรือยังไม่คุ้นเคยกับกลิ่นรสของกาแฟดำเข้มข้น
ในขณะที่กาแฟดำทั่วไปนั้น จะชงโดยใช้เครื่องหยดน้ำร้อนผ่านเมล็ดกาแฟบดหยาบ จะได้น้ำกาแฟที่มีรสชาติและกลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟอย่างเต็มที่ ความเข้มข้นและรสชาติจะแรงกว่าอเมริกาโน
กาแฟเอสเพรสโซคืออะไร?
สิ่งที่ทำให้เอสเพรสโซ (Espresso) แตกต่างจากกาแฟดำทั่วไป นั่นก็คือวิธีการชงแบบใช้แรงดันอัดน้ำร้อนผ่านเมล็ดกาแฟบดละเอียดอย่างหนาแน่น โดนจะต้องชงด้วย Espresso Machine ในเวลาอันรวดเร็วเท่านั้น ส่งผลให้ได้กาแฟที่มีรสชาติเข้มข้น หนักแน่น และมีเนื้อสัมผัสหนืด แตกต่างจากกาแฟดริปที่ชงด้วยการหยดน้ำผ่าน
ด้วยรสชาติที่เข้มข้นและเป็นเอกลักษณ์นี้เอง จึงทำให้คอกาแฟนิยมดื่มเอสเพรสโซแบบเปล่าๆ โดยไม่ต้องปรุงรสด้วยน้ำตาลหรือนม และมักจะเสิร์ฟในปริมาณไม่มากนัก ประมาณ 1-2 ออนซ์ หรือราว 30-60 มิลลิลิตร เพื่อไม่ให้ดื่มในปริมาณที่มากเกินไป
นอกจากนี้ เอสเพรสโซยังมีความไวต่อปฏิกิริยากับออกซิเจนสูง ทำให้รสชาติจะเสื่อมเร็วหากตั้งทิ้งไว้ จึงควรดื่มทันทีหลังจากชงเสร็จใหม่ๆ เพื่อให้ได้รับรสชาติอันแท้จริงของกาแฟสไตล์อิตาเลียนนี้
โดยสรุปแล้ว เอสเพรสโซคือกาแฟสดที่ชงด้วยแรงดันอัดสูง ให้รสชาติเข้มข้นและมีเนื้อสัมผัสแน่นหนืด แตกต่างจากกาแฟชนิดอื่น จึงเป็นที่นิยมดื่มแบบง่ายๆ เสิร์ฟในปริมาณน้อยๆ และดื่มทันทีเพื่อให้ได้รับรสชาติดั้งเดิมของมัน
ความแตกต่างระหว่างกาแฟดำ อเมริกาโน และเอสเพรสโซ
กาแฟดำ (Black Coffee)
- เป็นกาแฟสดที่ชงจากน้ำร้อนหยดผ่านเมล็ดกาแฟบด โดยไม่มีการเติมนมหรือส่วนผสมอื่นใด
- มีรสชาติและกลิ่นของกาแฟบริสุทธิ์
- ความเข้มข้นของรสชาติปานกลาง
- อุปกรณ์ชงง่าย เช่น เครื่องชงกาแฟแบบหยดน้ำร้อน กระดาษกรอง
อเมริกาโน (Americano)
- เป็นกาแฟดำที่ผสมจากเอสเพรสโซช็อตกับน้ำร้อน
- มีรสชาติเข้มข้น หอมกรุ่น จากส่วนผสมของเอสเพรสโซ
- ความเข้มข้นของรสชาติมากกว่ากาแฟดำทั่วไป แต่น้อยกว่าเอสเพรสโซ
- ต้องใช้เครื่องเอสเพรสโซในการสกัดเอสเพรสโซที่เป็นส่วนผสม
เอสเพรสโซ (Espresso)
- เป็นกาแฟที่สกัดด้วยเครื่องเอสเพรสโซ โดยอัดน้ำร้อนผ่านเมล็ดกาแฟบดละเอียดด้วยแรงดันสูง
- มีรสชาติเข้มข้นมาก และมีเนื้อสัมผัสหนืด
- มีปริมาณสารคาเฟอีนสูงมาก
- เสิร์ฟในปริมาณน้อย ประมาณ 1-2 ออนซ์
- ต้องชงใหม่สดๆ เพื่อให้ได้รับรสชาติอย่างเต็มที่
สรุปคือ กาแฟดำเป็นกาแฟบริสุทธิ์สกัดจากเมล็ดกาแฟเพียงอย่างเดียว ขณะที่อเมริกาโนและเอสเพรสโซใช้วิธีการสกัดที่แตกต่างกันด้วยเครื่องเอสเพรสโซ ทำให้ได้กาแฟที่มีรสชาติและความเข้มข้นแตกต่างกัน
กาแฟดริปกับกาแฟดำต่างกันอย่างไร?
พอเห็นภาพความแตกต่างของกาแฟดำแต่ละประเภทกันแล้ว แต่ก็ยังคงสงสัยว่าแล้วกาแฟดริปต่างกับกาแฟดำทั่วไปอย่างไรนะ พันธุ์ไทยจะมาอธิบายให้ละเอียดกันอีกครั้ง
1. การใช้ความละเอียดของเมล็ดกาแฟบดที่แตกต่างกันในการชงกาแฟ
ความละเอียดของเมล็ดกาแฟบดนั้นมีความสำคัญต่อการสกัดกาแฟและรสชาติที่ได้ โดยทั่วไปแล้วสำหรับการชงกาแฟดริป จะใช้เมล็ดกาแฟบดค่อนข้างหยาบ ในระดับ Medium Grind ซึ่งมีความหยาบประมาณเม็ดทรายตามชายหาด เมล็ดกาแฟขนาดนี้จะช่วยให้น้ำร้อนไหลผ่านได้สะดวก สกัดสารต่างๆ ออกมาได้ดี
ในทางกลับกัน การชงกาแฟเอสเพรสโซและกาแฟดำประเภทอเมริกาโนนั้น จะต้องใช้เมล็ดกาแฟบดที่ละเอียดมาก ในระดับ Fine Grind ซึ่งมีความละเอียดประมาณเกลือป่น เนื่องจากต้องอาศัยแรงดันสูงในการอัดน้ำร้อนผ่าน
การใช้เมล็ดกาแฟบดที่มีความละเอียดแตกต่างกัน มีผลโดยตรงต่อการสัมผัสระหว่างน้ำและเมล็ดกาแฟในขั้นตอนการสกัด เมล็ดกาแฟบดละเอียดจะทำให้น้ำไหลผ่านได้ช้าและสัมผัสกับกาแฟนานขึ้น ส่งผลให้ได้รสชาติกาแฟที่แรงกล้าและมีรสเข้มข้นมากกว่า
ดังนั้น ความละเอียดของการบดเมล็ดกาแฟจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดความแตกต่างของรสชาติและความเข้มข้นในกาแฟแต่ละประเภท เช่น กาแฟดริป อเมริกาโน และเอสเพรสโซนั่นเอง
2. วิธีการสกัดและอุปกรณ์ในการชงกาแฟ
กาแฟดริปและกาแฟอเมริกาโนแม้จะเป็นกาแฟดำประเภทเดียวกัน แต่มีวิธีการสกัดและอุปกรณ์ในการชงแตกต่างกันดังนี้
การชงกาแฟดริป
- ใช้อุปกรณ์ง่ายๆ เช่น เครื่องชงกาแฟแบบหยดน้ำร้อน กระดาษกรอง หรือตะแกรงกรอง
- เทน้ำร้อนลงบนเมล็ดกาแฟบด แล้วปล่อยให้น้ำหยดผ่านกากกาแฟลงสู่ภาชนะรองรับ
- เป็นการสกัดด้วยน้ำร้อนโดยอาศัยแรงโน้มถ่วงของโลก
การชงกาแฟอเมริกาโน
- ต้องใช้เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ (Espresso Machine)
- สกัดเอสเพรสโซช็อตโดยอัดน้ำร้อนที่มีแรงดันสูงผ่านเมล็ดกาแฟบดละเอียด
- นำเอสเพรสโซช็อตมาผสมกับน้ำร้อน เพื่อให้ได้เป็นกาแฟอเมริกาโน
ดังนั้นแม้จะใช้เมล็ดกาแฟชนิดเดียวกัน แต่กระบวนการสกัดที่แตกต่างกันจะส่งผลให้กาแฟดริปและกาแฟอเมริกาโนมีรสชาติและกลิ่นที่แตกต่างกันไป โดยกาแฟดริปจะมีรสชาติกลมกล่อมและไม่หนักหน่าเท่ากาแฟอเมริกาโน
3. การใช้อุปกรณ์กรองชนิดต่างกันสำหรับกาแฟดริปและกาแฟดำ
นอกเหนือจากความละเอียดของเมล็ดกาแฟบดแล้ว ประเภทของตัวกรองที่ใช้ก็มีความแตกต่างกันระหว่างกาแฟดริปและกาแฟดำด้วย โดยมีรายละเอียดดังนี้
การใช้อุปกรณ์กรองของกาแฟดริป
- ใช้เมล็ดกาแฟบดค่อนข้างหยาบ จึงต้องใช้ตัวกรองที่มีความละเอียดสูง
- นิยมใช้กระดาษกรองกาแฟ หรือถุงกรองผ้า เพื่อกรองกากกาแฟออกจากน้ำกาแฟอย่างมิดชิด
- ทำให้ได้น้ำกาแฟที่ใสสะอาด ปราศจากตะกอนหรือน้ำมันจากเมล็ดกาแฟ
การใช้อุปกรณ์กรองของกาแฟดำ (เอสเพรสโซและอเมริกาโน)
- ใช้เมล็ดกาแฟบดละเอียดมาก จึงต้องใช้ตะแกรงกรองที่มีรูขนาดใหญ่กว่า
- ตะแกรงกรองในเครื่องเอสเพรสโซมีรูขนาดสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
- ทำให้มีน้ำมันและตะกอนจากเมล็ดกาแฟบางส่วนหลุดออกมาปนในน้ำกาแฟ
ดังนั้นจะเห็นได้ว่ากาแฟดริปจะมีลักษณะใส สะอาด เนื่องจากถูกกรองอย่างละเอียด ขณะที่กาแฟดำจะมีลักษณะมีกลิ่นและรสชาติจากน้ำมันและตะกอนเมล็ดกาแฟ เนื่องจากถูกกรองด้วยตะแกรงรูโตกว่าความแตกต่างของอุปกรณ์กรองนี้ ส่งผลต่อลักษณะและรสชาติของกาแฟแต่ละประเภทด้วยเช่นกัน นอกเหนือจากความแตกต่างของวิธีการสกัดและความละเอียดของเมล็ดกาแฟแล้ว
4. ความเข้มข้นและปริมาณของคาเฟอีน
ความเข้มข้นและปริมาณของคาเฟอีนในกาแฟขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ดังนี้:
- ชนิดของเมล็ดกาแฟ: เมล็ดกาแฟอาราบิก้ามีปริมาณคาเฟอีนน้อยกว่าเมล็ดกาแฟโรบัสต้า
- วิธีการชงกาแฟ: กาแฟดำ (เอสเพรสโซ) มีความเข้มข้นของคาเฟอีนสูงกว่ากาแฟดริป เนื่องจากใช้ปริมาณกาแฟมากขึ้นต่อปริมาณน้ำ
- ปริมาณกาแฟที่ใช้: ยิ่งใช้ปริมาณกาแฟมาก คาเฟอีนที่สกัดได้ก็จะมากขึ้นตามไปด้วย
- เวลาในการชงกาแฟ: การชงกาแฟนานขึ้นจะทำให้สกัดคาเฟอีนได้มากขึ้น
- อุณหภูมิของน้ำ: น้ำที่ร้อนขึ้นจะช่วยให้สกัดคาเฟอีนได้ดีขึ้น
โดยทั่วไป กาแฟดำมีความเข้มข้นของคาเฟอีนสูงกว่ากาแฟดริป แต่ปริมาณคาเฟอีนรวมอาจไม่แตกต่างกันมากนัก เนื่องจากกาแฟดริปใช้ปริมาณกาแฟมากกว่า การเลือกชนิดและวิธีการชงกาแฟจึงมีผลต่อระดับคาเฟอีนที่ได้รับ
5. รสชาติและกลิ่นหอมของกาแฟที่แตกต่างกัน
รสชาติและกลิ่นหอมของกาแฟขึ้นอยู่กับกรรมวิธีการชงที่แตกต่างกันระหว่างกาแฟดริปและกาแฟดำ (เอสเพรสโซ) ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้:
รสชาติและกลิ่นของกาแฟดริป
- มีการสกัดกาแฟผ่านตัวกรองกระดาษ ทำให้น้ำมันที่สกัดออกมามีปริมาณน้อย
- รสชาติของเมล็ดกาแฟคั่วบดจะถูกถ่ายทอดออกมาได้ชัดเจนมากขึ้น เช่น รสผลไม้ รสนุ่มนวล
- มีความหลากหลายของรสชาติมากกว่า เนื่องจากสามารถสกัดสารต่างๆ ออกมาได้ครบถ้วนมากกว่า
- กลิ่นหอมจะเป็นกลิ่นผลไม้ที่ชัดเจนกว่า
รสชาติและกลิ่นของกาแฟดำ
- มีการสกัดผ่านเครื่องชงเอสเพรสโซภายใต้แรงดันสูง ทำให้น้ำมันจากเมล็ดกาแฟถูกสกัดออกมามากกว่า
- เนื้อสัมผัสหนาแน่น มีความข้นเหนียวมากกว่า
- รสชาติมีความเข้มข้น ติดขมมากกว่า เนื่องจากน้ำมันที่สกัดออกมามาก
- กลิ่นหอมจะเป็นกลิ่นคาราเมลหรือกลิ่นเผ็ดร้อนมากกว่า
สรุปก็คือ กาแฟดริปจะมีรสชาติที่นุ่มนวล หลากหลาย และกลิ่นผลไม้ที่ชัดเจนกว่า ขณะที่กาแฟดำจะมีรสชาติเข้มข้น หนักแน่น และกลิ่นคาราเมลหรือเผ็ดร้อนมากกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลด้วย
เป็นอย่างไรกันบ้าง ไขข้อข้องใจเรื่องกาแฟดริปกับกาแฟดำต่างกันอย่างไรแล้วใช่ไหม เพียงเท่านี้ เราก็สามารถจะสั่งกาแฟแต่ละประเภทได้อย่างถูกต้องแล้ว การดื่มกาแฟนั้นไม่ได้เป็นเพียงการดื่มเครื่องดื่มเท่านั้น แต่ยังเป็นการสัมผัสกับวัฒนธรรมและศิลปะในการรังสรรค์รสชาติอันแตกต่างกันด้วย เมล็ดกาแฟดริปและเมล็ดกาแฟเอสเพรสโซ แม้จะมาจากต้นกาแฟชนิดเดียวกัน แต่ด้วยกรรมวิธีการชงที่แตกต่างกัน ทำให้เราได้สัมผัสกับรสชาติและกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละชนิด พันธุ์ไทยมุ่งมั่นที่จะนำเสนอรสชาติและกลิ่นหอมจากเมล็ดกาแฟที่คัดสรรมาอย่างดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดกาแฟดริปหรือเอสเพรสโซ เพื่อให้คุณได้สัมผัสกับความแตกต่างและเสน่ห์ของกาแฟไทย ด้วยการคัดสรรเมล็ดกาแฟจากท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนเกษตรกรชาวไทย ทำให้ทุกการดื่มกาแฟของคุณเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับชุมชนใครอยากลิ้มลองรสชาติแบบพันธุ์ไทย ก็สามารถสั่งเครื่องดื่มได้ที่ร้านหรือแอปเดลิเวอรี่ชั้นนำและอ่านบทความอื่นๆ เกี่ยวกับกาแฟดีๆ ได้ที่บล็อกพันธุ์ไทย
อ้างอิง:
- กาแฟดำ Black Coffee คืออะไร มีประโยชน์และโทษอย่างไรบ้าง ? - Bluemochateas